THAIPLANTS
 http://thaiplants.weloveshopping.com
 สถิติของร้าน
 เปิดร้าน 07/09/2009 
 ปรับปรุงร้าน 18/04/2014 
 ผู้ชมร้านทั้งหมด 141,495 
 สินค้าทั้งหมด 30 
หมวดหมู่สินค้า
  ดูสินค้าทั้งหมด (30)
  ว่าน
  สมุนไพร
  กล้วยไม้
  ไม้น้ำ
  บอนสี
 ค้นหาสินค้า



บริการของร้าน
  หน้าแรก
  ข่าวสาร
  เว็บบอร์ด
  วิธีการสั่งซื้อ
  วิธีการชำระเงิน
  วิธีการรับสินค้า
  เกี่ยวกับเรา
  ติดต่อเรา
  Main Page
  Add Favorite
 Link
  Weloveshopping.com
     เว็บบอร์ด
 
08/05/2010 เวลา  18:33  เข้าดู:  2077 ตอบ:  0 
หัวข้อ:   ว่านดอกทอง หรือรากราคะ ในทัศนะของ หมอเมือง   
รายละเอียด:    ว่านดอกทอง หรือรากราคะ
ว่านดอกทอง เป็นว่านที่ผู้เล่นไสยเวทชอบแสวงหากันนัก เพื่อนำไปผสมกับผงวิเศษทำวัตถุมงคลมีพระเครื่องเป็นต้น บางคนก็อยากได้ต้นเอาไปตั้งไว้ในร้านค้าเพื่อเรียกลูกค้า บางคนก็อยากได้ดอกนำติดตัวเพื่อให้เพศตรงข้ามหลงใหล แต่ก็หายากลำบาก ความหายากนั้นทำให้หาคนที่รู้จักของจริงแท้ยากด้วยเช่นกัน จึงมักถูกนักขายว่านนำว่านชนิดนั้นชนิดนี้มาหลอกขายให้เสมอ แม้ตัวผมเองก็ได้รับคำถามถึงว่านตัวนี้บ่อยมาก พอไปพบเขาขายว่านที่ไหนบอกว่าว่านดอกทองก็ซื้อมาปลูกไว้ดู ว่าจะตรงกับตำราโบราณหรือไม่ แต่เพราะความที่ชอบย้ายที่อยู่ ปลูกต้นว่านต้นยาไว้ที่ไหนก็ถูกทิ้งไว้ที่นั้น จึงหาข้อสรุปไม่ได้

ตำราโบราณกล่าวถึงว่านดอกทองว่า

ลักษณะทั่วไป ลักษณะเป็นว่านมีหัว รากเป็นเส้นใหญ่ไม่แตกรากฝอย ลำต้นและใบเหมือนขมิ้น ลำต้นประกอบด้วยกาบของก้านใบหลายกาบซ้อนกัน ใบรูปใบพาย ปลายใบแหลมโคนใบมนสอบติดก้านใบ พื้นใบสีเขียว เส้นกลางใบสีแดงเข้มหรือแดงเลือดหมู ส่วนที่เห็นเป็นลำต้นเหนือดินสีแดงเข้มเช่นกัน ลำต้นส่วนที่ฝังอยู่ในดินและหัวเป็นสีขาวหรือขาวอมเขียว รากเป็นสีน้ำตาล ช่อดอกเป็นกาบเรียวซ้อนสับขวางกันหลายๆ กาบ กาบใบแต่ละกาบมีดอกสีเหลืองทองขนาดเล็ก กลิ่นหอมเย็น ลักษณะดอกนั้นคล้ายอวัยวะเพศเด็กผู้ชาย

การปลูก ควรปลูกว่านด้วยดินปนทรายรดน้ำมากๆ แต่ระวังอย่าให้ดินแฉะควรจัดวางให้ได้รับแสงแดดรำไรบ้างพอสมควร

การขยายพันธุ์โดยการแยกหน่อ
ความเป็นมงคล สรรพคุณใช้ทางเสน่ห์มหานิยมแก่ผู้ปลูก แต่ไม่นิยมให้มีดอกติดต้นถึงบาน มักจะเก็บดอกเสียก่อนก่อนที่ดอกจะบาน เพราะเชื่อกันว่าหากผู้ใดได้กลิ่นดอกว่านต้นนี้แล้วกามราคะในจิตจะกำเริบรุนแรงโดยเฉพาะสตรีเพศ จึงมีชื่อเรียกว่านต้นนี้อีกอย่างหนึ่งว่า ว่านดอกทอง ดอกของว่านคนหนุ่มสมัยโบราณจึงเสาะแสวงหาเก็บสะสมไว้หุงกับน้ำมันจันทน์ หรือบดรวมกับสีผึ้งสีปาก ใช้น้ำมันทาตัว หรือใช้สีผึ้งสีปาก เมื่อถึงคราวจะต้องไปพบหญิงสาว สตรีใดต่อคารมด้วย พอได้กลิ่นว่านในน้ำมันหรือสีผึ้ง มักใจอ่อนคล้อยตามได้ง่ายนับเป็นว่านที่เป็นเสน่ห์มหานิยมที่รุนแรงมาก

นายเกษตร หนังสือพิมพ์ไทยรัฐเขียนไว้ว่า
ผม ได้รับการบอกเล่าจากเพื่อนที่เปิดร้านค้าขายเล็กๆน้อยๆ เป็นธุรกิจในครอบครัว และได้ปลูกว่านตามความเชื่อที่มีสรรพคุณด้านเมตตามหานิยมตั้งไว้หน้าร้านหลายชนิด เพื่อช่วยให้ค้าขายดี ซึ่ง หนึ่งในจำนวนนั้นมี “ว่านดอกทองตัวเมีย” รวมอยู่ด้วย เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา “ว่านดอกทองตัวเมีย” ได้ออก ดอก (ตามภาพประกอบคอลัมน์) ทีแรกไม่ได้นึกอะไร เพราะคิดว่าเป็นการออกดอกตามธรรมชาติ แต่ด้วยความเชื่อถือจึงอธิษฐานว่า ขอให้ถูกหวย และไปซื้อหวยบนดิน 3 ตัว บนแบบส่งเดช ไม่ได้เลือกเลขเด็ดอะไร พอหวยออก ปรากฏว่าถูกแบบเต็มๆ ได้เงินกว่า 3 หมื่นบาท เหลือเชื่อมาก จึงแจ้งให้ผมทราบ ส่วนที่นำมาเล่าต่อก็ไม่ได้ หวังให้เกิดความงมงาย “บางครั้งความเชื่ออาจเป็นจริงได้” ทำใจให้อยู่กลางๆจะดีกว่า
ว่านดอกทองตัวเมีย หรือ “ว่านดินสอฤาษี” เป็นไม้ล้มลุก มีหัวใต้ดิน ใบเป็นรูปรี ปลายแหลม โคนมน ลำต้นและใบสีเขียว ไม่มีสีแดงเจือปนเหมือนใบว่านดอกทอง หรือว่านดอกทองตัวผู้ “หัว” ของ “ว่านดอกทองตัวเมีย” มีลักษณะกลมคล้ายดินสอ จึงถูกเรียกอีกชื่อว่า “ว่านดินสอฤาษี” เมื่อหักหรือผ่าจะได้กลิ่นคาว แบบเดียวกับว่านดอกทอง หรือว่านดอกทองตัวผู้ แต่กลิ่นของ “ว่านดอกทองตัวเมีย” จะแรงกว่ามาก
ดอก ของ “ว่านดอกทองตัวเมีย” เป็นสีขาว มีแต้มสีเหลือง (ว่านดอกทองหรือว่านดอกทองตัวผู้ ดอกเป็นสีเหลือง) ดอกมีกลิ่นคาวคล้ายกลิ่น “อสุจิ” ซึ่งเชื่อว่าถ้าใครได้สูดดมกลิ่นดังกล่าวแล้ว จะกระตุ้นความต้องการทางเพศขึ้นมาแบบไม่มีสาเหตุ คนในยุคสมัยก่อนเชื่อถือกันมาก และยังเชื่อว่าเป็นว่านดีทางด้าน เมตตามหานิยม ร้านค้าขายมี “ว่านดอก ทองตัวเมีย” ปลูกไว้หน้าร้านจะช่วยให้มีลูกค้าเข้าออกร้านไม่ขาด โดยเฉพาะสถานบันเทิง ร้านจำหน่ายเหล้าเบียร์ จะดีมาก ดอกออกช่วงฤดูร้อนต่อเนื่องต้นฤดูฝนทุกปี ขยายพันธุ์ด้วยหัว
การปลูก “ว่านดอกทองตัวเมีย” ชอบแดด ไม่ชอบน้ำท่วมขัง เหมาะสำหรับปลูกลงกระถางทำทางระบายน้ำก้นกระถางให้ดี ดินปลูกใช้ดิน 1 ส่วน ทรายหยาบ 2 ส่วน กาบมะพร้าวแห้งหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ 1 ส่วน ปุ๋ยคอก 1 ส่วน คลุกทุกอย่างให้เข้ากันจนได้ที่ จากนั้นนำหัวลงปลูกให้โผล่ เหนือดินครึ่งหนึ่ง ตั้งไว้ในที่แจ้ง รดน้ำพอชุ่มวันละครั้งเพียงพอที่จะให้แตกต้นและมีดอกได้ ซึ่ง “ว่านดอกทองตัวเมีย” จะปลูกวันไหนก็ได้ ไม่เลือกวันเวลาครับ.


เมื่อปีที่ผ่านมา องค์ญาณไปหาอาจารย์ฆราวาสที่เคารพนับถือกันท่านหนึ่งซึ่งมีเชื้อสายเขมร และเก่งกล้าทางไสยเวทยิ่งนัก เมื่อกลับมาได้ต้นว่านดอกทองติดมือกลับมา 1 กระถางเล็ก ๆ ถ้านับต้นก็ประมาณ 3 ต้น ก็นำมาไว้ใต้ร่มไม้ที่ตำหนักบ้านสวนโชคชัย และเล่าให้ผมฟัง ผมฟังแล้วก็เฉย ๆ เพราะไม่รู้จักจริง ๆ ว่าแบบไหนถึงจะเป็นดอกทองแท้ เพราะอ่านพบแต่ในตำรา
อยู่มาไม่นานองค์ญาณก็มีดอกว่านใส่ขวดน้ำมันจันทน์มาอวดว่าว่านออกดอกแล้ว ผมก็เฉย ๆ เพราะมองไม่ชัดกับตา ไม่ได้เห็นดอกที่งอกขึ้นกับต้น จะให้เชื่อทันทีก็ผิดวิสัยของสันยาสี
เมื่อองค์ญาณไปหาอาจารย์เขมรท่านนั้นก็เอาดอกว่านไปอวด อาจารย์เขมรตาโต พูดว่าผมปลูกมาตั้งหลายปีไม่เคยออกดอกให้เห็น ทำไมอยู่กับองค์ญาณถึงมีดอก องค์ญาณก็บอกว่า ด้วยพรขององค์พ่อนะสิ

จากว่านไม่กี่ต้นในกระถางเล็ก ๆ ผ่านไปเพียงปีเดียว เมื่อเดือนที่ผ่านมาองค์ญาณก็เอาว่านมา 2 กระถาง ให้ผมปลูกไว้ที่ตำหนักใหม่ ผมก็เปลี่ยนลงในกระถางใหญ่ทั้ง 2 กระถาง ผมดูลักษณะแล้วก็ไม่เหมือนต้นว่านดอกทองที่ผมเคยซื้อมาปลูกไว้ ก็ยังไม่ปลงใจเชื่อว่าเป็นว่านดอกทองของแท้ จนมาถึงเมื่อวานซืน ผมเดินเฉียดเข้าไปดูกลุ่มว่านตามกระถางที่ตั้งไว้ในร่ม ก็พบว่าว่านดอกทองมีดอกแทงขึ้นมา ลักษณะเหมือนจู๋เด็กผู้ชาย จึงเชื่อสนิทใจว่า “นี่แหละคือว่านดอกทองของแท้” เมื่อพิจารณาดูก็พบว่ามันมีดอก 2-3 ดอก และเหี่ยวแห้งไปแล้ว ดอกที่เห็นเพิ่งงอกอกมาใหม่ แต่จมูกของผมอาภัพกลิ่น จึงไม่รู้ว่ากลิ่นตรงตำราหรือไม่ จึงได้ถ่ายรูปมาอวดกัน

ว่านที่หาได้ยากนั้นมีไม่กี่ชนิดเช่น ว่านไพลดำ ว่านขมิ้นขาวปัดตลอด ว่านโพลงหรือว่านกระสือ ว่านขันหมากเศรษฐี และว่านดอกทอง ว่านที่กล่าวมานี้นักเล่นว่านมักแสวงหาเสมอ เพราะเชื่อว่าใครมีไว้จะทำให้เกิดโชคลาภ มั่งมีศรีสุข

ว่านไพลดำเชื่อกันว่ายิงไม่ออกแทงไม่เข้าเหมือนเหล็กไหล
ว่านขมิ้นขาวปัดตลอดเชื่อว่าสามารถนำไปทำพิธีให้เกิดตาทิพย์ได้
ว่านโพลงหรือกระสือก็เช่นกัน เชื่อว่านำไปทำพิธีขอเลขหวยได้
ว่านขันหมากเศรษฐีเชื่อว่าใครปลูกไว้ถ้าว่านออกดอกจะทำให้ร่ำรวย
ว่านดอกทองเชื่อว่าถ้าว่านออกดอกจะก่อให้เพศตรงข้ามหลงใหล

ว่านไพลดำนั้นผมวิ่งหามาหลายจังหวัดทางอีสานตอนบน ตามที่พระเล่าให้ฟัง แต่หาไม่พบ เป็นเรื่องโคมลอยมากกว่า จนต่อมาอาจารย์เขมรให้มา 1 ข้อนิ้วมือ ก็พบว่าเป็นว่านไพลม่วงที่พวกเราเคยพบเห็นกันซึ่งเป็นกะทือชนิดหนึ่ง ผมจึงไม่เคยเห็นไพลดำตามตำราสักที
หลวงพ่อดำ ศิษย์พ่อท่านคล้ายวาจาสิทธิ์ ซึ่งผมเคยติดตามอุปฐากท่านอยู่ช่วงหนึ่ง ได้เล่าเรื่องไพลดำให้ฟังว่า ท่านไปพบที่ศรีสงคราม นครพนม เจ้าของเป็นขี้เมา แกปลูกว่านไพลดำไว้ที่ลานหน้าบ้านแกนั่นแหละ ดินโดยรอบนั้นจะดำสนิท เมื่อเอาเสียมหรือเหล็กแหลมแทงดินบริเวณนั้นจะแทงไม่เข้า ต้องมีวันเอา และต้องมีคาถา จึงจะขุดมา ลักษณะของไพลดำนั้นเป็นหัวกลมใหญ่ ใบเหมือนใบไพลนี่แหละ หัวสีดำ เมื่อขุดลงไปเขาเอากระบอกไม้ไผ่เล็ก ๆ เฉือนเป็นฟันฉลาม แทงเข้าไปที่หัว ทิ้งไว้ 1 คืน น้ำยางสีดำ ๆ ของไพลดำก็จะไหลเข้าไปอยู่เต็มกระบอก เขาเอาน้ำยางนั้นมาใช้ วิเศษศักดิ์สิทธิ์นักเหมือนเหล็กไหล ใช้ได้ ผมรู้เช่นนั้นก็วิ่งหาทั่วอำเภอศรีสงคราม เพราะอยากเห็นของจริง ได้คำตอบว่า “เขาเล่าว่าอย่างนั้น ก็เลยเล่าต่อ ๆ กัน แต่ไม่มีใครมีหรอกครับ”

ท่านครูบาสมจิต วัดสะแล่ง อำเภอลอง จังหวัดแพร่ ได้พูดเป็นถ้อยคำคล้องจองของคนโบราณว่า “เหล็กไหล ไพลดำ พูดพล่ามเป็นบ้า เล่นแร่แปรธาตุผ้าขาดตั้งวา ขุมทรัพย์ลายแทงท้องแห้งเหมือนท้องหมา” สิ่งเหล่านี้ล้วนเหลวไหล หลอกให้คนแสวงหาราวกับคนบ้า

ผมได้ประจักษ์จริงมาบางอย่างเช่น เหล็กไหล มีจริงครับ และหาคำตอบที่เป็นเหตุผลได้ ส่วนไพลดำหาไม่พบ เรื่องขุมทรัพย์ยังไม่ได้ถามท่าน ร.ต.ท.เชาวรินทร์ ลัทธศักดิ์สิริ ผู้ขุดหาขุมทองโกโบริที่ทองผาภูมิ ว่าพบหรือไม่ แต่ผมก็เชื่อนะว่าขุมทรัพย์นั้นมีจริง แต่ถ้าเทวดาที่รักษาไม่ยกให้ จ้างก็ขุดไม่พบ เพราะมันอยู่กันคนละมิติ เช่นทองคำ ในโลกลี้ลับ เมืองลับแล จะเอาเท่าไร แต่ผู้ไปพบก็เอาออกมาไม่ได้ พอออกมาอีกมิติหนึ่งมันก็กลายเป็นหินเป็นดินไปหมด แม้ขุมทรัพย์ที่ผีหรือเทวดาบอกให้ไปขุด ถ้าเราผิดสัจจะ ขุมทรัพย์ก็กลายเป็นดินไปหมด เจอกันมาบ่อยแล้วครับ ส่วนเล่นแร่แปรธาตุผ้าขาดตั้งวา น่าจะเป็นจริง มีนักเล่นแร่แปรธาตุพยายามเอาแร่มาผสมกันเพื่อให้เป็นทองคำตามตำรา ก็ไม่เคยเป็นทองคำสักที ผ้าขาดตั้งหลายวา ไม่ใช่แค่วาเดียว

เรื่องต้นว่านดอกทองที่องค์ญาณได้มานั้นไม่ใช่มีเพียง 2 กระถางที่เอามาให้ผมปลูก ท่านว่าที่บ้านสวนโชคชัยมีอีก 2 กาละมัง คือปลูกในกาละมังใหญ่ มันงอกจนเต็มกาละมัง

องค์ญาณท่านมีบุญ ท่านปลูกอะไรก็ล้วนสวยงามมีดอกมีผล ว่านขันหมากซึ่งออกดอกยากนักหนา ผมไปป่าอามาให้องค์ญาณปลูก ไม่นานก็ออกดอกทุกต้น ต้นละ 3-4 ช่อ จากดอกก็กลายเป็นผลให้ดูชมอีก แต่ที่ผมปลูกไว้ให้แต่ดอก ไม่ยักเกิดเป็นผล
ผมเชื่อบุญบารมีขององค์ญาณสนิทใจเมื่อเห็นดอกของว่านดอกทองกับตา และเชื่อเรื่องที่ท่านเล่าให้ฟังว่า ได้หัวว่านมาชนิดหนึ่ง ปลูกตอนเย็นวันนี้ ขอพรองค์พ่อให้ว่านออกดอกวันพรุ่งนี้ ปรากฏว่าพอถึงวันรุ่งขึ้นต้นว่านก็ออกดอกให้เห็นจริง ๆ แม้เจ๊เล็กก็ยืนยันเรื่องนี้ เพราะอยู่ในเหตุการณ์ด้วยกันมาตั้งแต่ต้น รายละเอียดของเรื่องต้องกลับไปอ่านเรื่องแก้วมณีโชติเองนะครับ
ลิงค์:   
ผู้ตั้งหัวข้อ:    ต่อ       [124.120.161.21]
THAIPLANTS  
   

   แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น : 
*
              
แทรกลิงค์ URLแทรกรูปย่อหน้าตัวหนาตัวเอียงเส้นใต้สีแดงสีเขียวสีน้ำเงินสีส้มสีชมพูสีเทา
ชื่อของคุณ : 
 *
รหัสผ่าน : 
เจ้าของร้าน  (ในกรณีที่เป็นเจ้าของร้าน)
ลิงค์ : 
อีเมล์ : 
Validation Code : 
*
 หมายเหตุ : กรุณากรอกข้อมูลที่มี * ทุกช่อง
 
By THAIPLANTS
Copyright Weloveshopping.com All rights reserved.